Category สุขภาพทั่วไป

This is Salts หนึ่งในยี่ห้อน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้ายอดนิยม

น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า อีกหนึ่งปัญหาโลกแตกของเหล่านักดูดบุหรี่ไฟฟ้าเลยล่ะ เพราะว่ามันมีให้เลือกตามท้องตลาดเยอะแยะมากมายๆ ทั้งหลายยี่ห้อและหลายรุ่นและยังมีหลายรสอีก แค่นั้นไม่พอ บางทีก็เปลี่ยนดีไซน์ของขวดทำให้มองไม่ออกว่าเป็นยี่ห้อดเดียวกันไปอีก แล้วนั้นแหละเกิดเป็นอะไรมากมายในหัว สุดท้ายก็เลือกไม่ได้เช่นเดิม การที่ขวดไม่เหมือนกันก็เหมือนกับเราคิดว่ามันมีหลายยี่ห้อเต็มไปหมด

ดังนั้นแล้ววันนี้เราจะมาแนะนำกันสำหรับน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าที่โด่งดังอยู่แล้วในท้องตลาด จะมีทั้งราคาแพงและถูกนะ เพราะมันก็เกี่ยวกับระดับของนิโคตินอีกด้วย อย่างน้ำยาบางรุ่นก็ติดลมบนไปแล้ว ไม่จำเป็นต้องปรับราคามาสู้คู่แข่ง

ตัวแรกนี้เป็นน้ำยาแบบ Salt Nic ที่มีการเพิ่มระดับความเข้มข้นของนิโคตินให้เหมาะสำหรับการใช้งานกับ บุหรี่ไฟฟ้าประเภท Pod และเจ้าตัวนี้ได้รับความนิยมอย่างมากด้าน สุดยอดน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าแสนสดใส และบอกเลยว่าถ้าจะดูดกลิ่นผลไม้ นั้นตัวนี้เหมาะเลย เพราะว่ามีกลิ่นให้เลือกมากมายเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นผลไม้หน้าไหนก็มีทั้งหมด แต่ก็ไม่ได้มีผลแปลกๆนะ

อันนั้นอย่าไปลองเลย ยี่ห้อนี้มีความโดดเด่นด้านการดีไซน์ที่ดูหน้ารักเหลือเกิน มีโลโก้เป็นรูปหัวใจ แล้วแต่ละรสชาติก็ใช้สีที่เป็นเอกลักษณ์ของผลไม้นั้นๆ เป็นหัวใจไปซะเลย เรียกได้ว่าฉลาดออกแบบสุดๆ แต่ก็มีข้อควรระวังนะ เพราะว่าสีบางสีก็มีความคล้ายกันอยู่ ทำให้อาจจะเลือกผิดกันได้ ถ้าจะดูแต่สีของขวด สำหรับตัวนี้ ผมก็ชอบรสชาติแตงโมสุดเลย เป็นอะไรที่หอมมากๆ

และแน่นอนความเป็นน้ำยาผลไม้ ก็ต้องมีความหวานอยู่ด้วย และข้อเด่นที่สุด ไม่ใช่เป็นแค่กลิ่นผลไม้ แต่มีการผสมความเย็นลงไป เย็นพอดีกับการดูดกลิ่นผลไม้ ไม่น่าแปลกใจเลยที่เจ้านี้โด่งดังสุดขีดในเรื่องน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าแบบกลิ่นผลไม้

ส่วนตัวผมแล้วยังหาใช้อยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะรสแตงโม กับ เมล่อน ซึ่งถือว่าเป็นกลิ่นผลไม้ที่ชอบที่สุดเลยในยี่ห้อนี้ แล้วด้วยระดับนิโคติน 30 ml ผมว่าก็เป็นระดับกำลังดีสำหรับ Pod แรงน้อยนะ ผมไม่ใช่สายโหดที่ไปใช้ถึงยี่ห้อรุ่นถึง 60 ml แล้วก็มีบางครั้งที่ยังเอะใจกับสีอันสดใสของน้ำยานี้ มันดีจี๊ดเหลือเกิน ทำให้กลัวการใช้สีของเขาเหลือเกิน

แต่สมัยนี้แล้ว ก็ใช้สีผสมอาหารกันหมดแล้วล่ะ แต่อย่างว่า เราโตมากับสีที่จี๊ดจ๊าดเกินไปแล้วจะอันตรายกับร่างกาย ถึงยุคสมัยจะเปลี่ยนไป ก็ยังกลัวๆอยู่ในใจ

 

สนับสนุนโดย  เว็บแทงหวยถอนขั้นต่ำ100

ความผิดปกติของรูหูที่พบในเด็ก

ขี้หูอุดตัน  เมื่อขี้หูนั้นอุดเราควรจะทำอย่างไรเมื่อขี้หูนั้นมีหน้าที่คอยปกป้องไม่ให้สิ่งแปลกปลอมเข้าไปในหูของลูกน้อยเรานั้นและเมื่อไหร่นั้นขี้หูนั้นก็จะออกมาเอง แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ขี้หูของลูกนั้นเกอดอุดตันและทำให้ลูกน้อยเรานั้นไม่ค่อยได้ยินสิ่งแรกนั้นเราอย่าพึ่งที่จะแคะขี้หูของลูกเพราะว่าอาจจะทำให้ลูกน้อยของเรานั้นเจ็บมาก 

การรักษา  เรานั้นยาหยดหูเพื่อที่จะทำให้ขี้หูของลูกน้อยนั้นอ่อนตัวและไหลออกมาเองหรือว่าเรานั้นจะใช้น้ำมันมะกอกหยอดไปที่หูก็ได้หยอดลงไปที่หูแล้วใช้สำลีนั้นอุดหูเอาไว้สักหนึ่งชั่วโมงหรือว่าข้ามคืนนั้นก็ได้เพื่อที่จะได้ให้ขี้หูนั้นไหลออกมาเองแต่ถ้าเรานั้นทำแล้วสักสองสามวันแล้วขี้หูนั้นไม่ไหลออกมาให้เรานั้นไปหาหมอเพื่อที่ให้หมอนั้นเป็นคนดูดเอาขี้หูนั้นออกมาสิ่งที่สำคัญนั้นเราอย่าหยอดหูด้วยน้ำประปาเพื่อที่จะให้ขี้หูนั้นออกมาเพราะว่าน้ำประปานั้นอาจจะมีเชื้อโรคและอาจจะทำให้หูนั้นติดเชื่อได้อันตรายอย่าทำนะค่ะทางที่ดีคือไปหาหมอดีที่สุด

หูชั้นนอกนั้นอักเสบเกิดจากหูได้รับการรบกวนจากการกระทำต่างๆเช่นการแคะหูน้ำเข้าหูบ่อยๆทำให้เกิดความชื้นที่หูหรือว่าผื่นแพ้ที่หูทำให้เชื้อแบคทีเรียเชื้อรานั้นเจริญเติบโตลูกมักจะปวดหูหากว่ามีน้ำหนองนั้นไหลออกมาด้วยการรักษานั้นต้องทำให้ช่องหูนั้นแห้งเสียก่อนโดยการที่เรานั้นใช้สำลีพันก้านแล้วเช็ดบริเวณรอบๆของหูและในช่องของหูนั้นอย่าเช็เข้าไปลึกเด็ดขาดการที่เรานั้นทำเช่นนี้เพื่อที่จะให้รูหูของลูกเรานั้นแห้งให้ใช้ยาหยอดหูที่มีฤทธ์ฆ่าเชื้อและต้านการอักเสบที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์แต่ว่าหากมีอาการที่ปวดมากนั้นให้กินยาที่ต้านที่เชื้อที่จะเกิด

หูชั้นกลางอักเสบ เป็นการอักเสบบริเวณระหว่างชั้นหูกับแก้วหูซึ่งจะเกิดจากหลังที่เป็นหวัด จึงทำให้ของเหลวนั้นที่หูชั้ยกลางซึ่งเป็นโพรงอากาศแต่เมื่อเวลาที่นั้นจามหรือว่าสั่งขี้มูกนั้นแรงเชื่อโรคนั้นจะแพร่เข้าและเกิดทำให้ติเชื้อแบคทีเรียไวรัสที่หูชั้นกลางได้มักจะเกิดในเด็กเพราะว่าเด็กเล็กนั้นมีความลาดชันช่องหูของเด็กนั้นมีน้อยจึงที่จะแพร่เชื้อนั้นได้ง่ายและลูกนั้นจะมีอาการที่ปวดหูและร้องไห้งอแง การรักษา อาการเหล่านี้นั้นต้องพาลูกเรานั้นไปหาหมอเพื่อที่จะรักษาและหมอนั้นจะสั่งยามาให้กินเพื่อรับยาต้านเชื้อโรคเอาไว้รับประทาน  ยาแก้ปวด  และยาหยอดหู

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เว็บหวยถอนไม่มีขั้นต่ำ

หมูกระทะ อาหารยอดนิยม

ขึ้นชื่อว่าหมูกระทะนั้นเรานั้นเชื่อว่าต้องมีคนที่ชื่นชอบกันอย่างมากเพราะว่ามีรสชาติที่อาหร่อย  และหอม ของการที่เรานั้นเอาเนื้อนั้นมาย่าง  เพื่อที่ที่จะเกิดให้ความหอม  แต่เรานั้นจะรู้หรือไม่ว่าการที่เรานั้นกินหมูกระทะนั้นทำให้ร่างกายของเรานั้นเสียสุขภาพอย่างมากเพราะว่าการที่เรานั้นชอบที่จะกินย่างนั้นเรานั้นต้องเตรียมพร้อมกับการที่เรานั้นกินของที่ไหม้

และทำให้ร่างกายของเรานั้นไปสะสม  ซึ่งอาจจะก่อสารการที่เรานั้นจะเป็นมะเร็ง  เพราะว่ามีทั้งหมูที่เรานั้นต้องการที่จะหมักเพราะหมูนั้นเพราะว่าต้องการที่จะให้มีรสชาติ  หรือว่ากลิ่นที่หอมไม่ให้เหม็นคราว  การที่เรานั้นจะกินหมูนั้นจะทำให้เรานั้นเกิดกับโรคได้ต่างมากมาย   

การที่เรานั้นกินหมูกระอย่างไรให้ดีต่อร่างกาย  

  • การที่เรานั้นเลือกที่จะรับประทานหมูนั้นมีให้เรานั้นเลือกเพราะว่าเป็นหมูที่เรานั้นได้ผ่านการที่เรานั้นหมักเอาไว้แล้ว  ไม่ว่าจะเป็นหมูที่ถูกหั่นจากมือนั้นก็จะมีแผ่นที่หนา  บ้างบางมาก ในการที่เรานั้นย่างนั้นเรานั้นต้องดูว่าไม่ให้มันนั้นหมัก  เพราะว่าการที่เรานั้นกินหมูที่ไม่สุขนั้นก็ส่งผลที่จะทำให้สุขภาพของเรานั้นแย่  
  •  การที่เรานั้นต้องกินหมูกระทะนั้น เรานั้นต้องใช้ตะเกรีบ เพื่อที่จะป้องกันเรื่องของความที่ไม่สะอาด  
  • ในการที่เรานั้นกินหมูนั้นเราควรที่จะเลือกในการกินอย่างเช่นถ้าเรานั้นรู้ว่าการที่เรานั้นย่างนั้นเกิดส่งผลที่เสีย เพราะว่าการที่เรานั้นกินหมูนั้นเราต้องย่าง และเรานั้นจะย่างให้สุกก่อนที่เรานั้นจะรับประทาน  
  • ในการที่เรานั้นทำกินกันเองนั้นเรานั้นต้องเน้นเรื่องของสุขภาพนั้นด้วยเพราะว่าการที่เรานั้นจะย่างกินนั้นเราต้องใช้พื้นที่นั้นพอจะมาณ และข้าวของเครื่องใช้นั้นเรานั้นควรที่จะทำความสะอาด  และที่เรานั้นเห็นก็เพราะว่าเรานั้นไม่เคยกินตอนนั้น  และการที่เรานั้นเป็นงานที่เรานั้นต้องการที่จะบรืการดีอย่างน้อยๆนั้นเพื่อว่าเขานั้นจะให้ถือเงินนั้นอีก 

ถึงแม้ว่าการที่เรานั้นจะชื่นชอบในการที่เรานั้นกินหมูกระทะเป็นชีวิตจิตใจนั้นนั้น้องดูว่าเรานั้นย่างที่จะสุกหรืเอปง่าเรานั้นต้องใส่ใจในทุกเรื่องไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่เด็กเล็กจนไปถึงคนแก่นั้นมีให้เรานั้นสิทธ์ ที่จะแนงกว่า  

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

สุขภาพดีชีวิตสดใส

ทุกคนล้วนอยากมีสุขภาพร่างกายที่ดีเพราะไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐคือเรื่องจริงเพราะปัจจุบันคนส่วนใหญ่หันมาใส่ใจสุขภาพตัวเองกันเพราะเราต้องสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเราเองเพื่อป้องกันการเจ็บป่วยต่างๆแต่อย่างไรถ้าพูดถึงเรื่องสุขภาพเราจะต้องนึกถึงการออกกำลังกายและการรับประทานอาหารอย่างแน่นอนเพราะสองปัจจัยหลักนี้คือการนำให้เรามีสุขภาพที่ดีได้ดังนั้นเราต้องหันมาใส่ใจสุขภาพร่างกายตัวเองกันด้วย

โดยทานอาหารให้ครบห้าหมู่และต้องเลือกอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมากเพื่อสร้างภูมิต้านทานให้แก่ร่างกายของเราได้และการออกกำลังนั้นก็คือส่วนหนึ่งออกการทำให้เรามีภูมิต้านทานที่แข็งแรงทนทานต้านอาการเจ็บป่วยได้นอกจากนั้นจะทำให้ร่างกายของเรานั้นแข็งแรงมีสุขภาพที่ดีรวมรูปลักษณ์ภายนอกของเรามีหุ่นที่ดี

สวยและหุ่นเพรียวไม่โยโย่ด้วยถ้าหากคุณทำเป็นประจำแต่การมีสุขภาพที่ดีก็ถือว่าเป็นความโชคดีอย่างมากทุกคนล้วนอย่างมีสุขร่างกายที่ดีมากกว่าเงินทองซะอีกดังนั้นเราหันมาสนใจและใส่ใจสุขภาพร่างกายของเรากันโดยเริ่มจากการรับประทานอาหารที่คุณประโยชน์ช่วยเสริมสร้างร่างกายมีส่วนช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตมีส่วนช่วยในการเผาผลาญที่ดีมีวิตามินที่เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายของเราอีกด้วยเช่นการทานอาหารคลีนะก็สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายของเราได้เหมือนกัน

เกิดจากการที่มีอาหารเป็นพืชซะส่วนใหญ่มีเนื้อสัตว์เล็กๆน้อยๆเพื่อให้พอมีรสชาติของอาหารแต่การทานคลีนได้นั้นก็ถือว่าเป็นเรื่องดีสำหรับสาวๆไปนอกจากจะมีสารอาหารและประโยชน์แล้วสามารถรักษาหุ่นลดน้ำหนักและเผาผลาญได้ไปในตัวอีกด้วยแต่ละคนจะมีวิธีการดูแลรักษาสุขภาพร่างกายที่แตกต่างกันไปและแต่วิธีการดูแลสุขภาพของแต่ละคนบางคนอาจจะใช้เครื่องดื่มธัญพืช เครื่องดื่มสมุนไพรหรืออื่นๆ

ที่มีสารช่วยบำรุงรักษาและซ่อมแซมฟื้นฟูให้กับร่างกายของเราหรือจะไปทางด้านการทานผักผลไม้เป็นหลักก็สามารถช่วยได้เพราะมีวิตามิน เกลือแร่ทำให้สุขภาพร่างกายของเราแข็งแรงได้เหมือนกันหรือบางคนอาจจะใช้วิธีการออกกำลังหรือบางคนอาจจะทำควบคู่กันไปการทำแบบนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ดีต่อสุขภาพร่างกายของเราอย่างมาก

เพราะการทำทั้งสองอย่างพร้อมๆกันจะช่วยเสริมสร้างร่างกายเราให้มีภูมิคุ้มกันต้านทานอาการเจ็บป่วยได้อย่างมากเพราะจะส่วนเสริมสร้างสุขภาพร่างของเราให้มีภูมิต้านทานต่อโรคภัยไข้เจ็บได้ฉะนั้นทุกคนควรดูแลสุขภาพตัวเองให้มากๆเพื่อจะได้มีภูมิคุ้มกันการเกิดอาการเจ็บป่วยได้ดี

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

ผลไม้ ใครว่ากินแล้วไม่อ้วน

คุณเป็นหนึ่งคนที่กำลังลดน้ำหนัก หรือลดความอ้วนอยู่หรือไม่ ถ้าใช่แปลว่าคุณจะต้องมีปัญหาในเรื่องการทานอาหารอยู่ใช่หรือไม่ ไม่ว่าจะเลือกทานอะไรก็จะต้องคิดมากอยู่เสมอว่าอันนั้นทานได้ไหม อันนี้ทานได้หรือป่าว แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่คุณแทบจะไม่ใช้ความคิดในการตัดสินทานมันอย่างแน่นอนนั้นก็คือ ผลไม้ เพราะผลไม้เป็นอาหารที่มีแคลอรี่ต่ำ ใยอาหารสูง วิตามินมากมาย ถือว่าได้เป็นเป็นอาหารที่มีประโยชน์ไม่น้อย และประโยคเด็ดที่ฮิตกันเป็นอย่างมากเลยคือ “กินผลไม้ไม่อ้วนหรอก” ใช่หรือไม่

ไม่ว่าใครต่างก็คิดแบบนี้ ใช่ การทานผลไม้ไม่ได้ทำคุณอ้วนหรอก เพราะผลไม้ที่ใยอาหารสูง และสารต้านอนุมูลอิสระ ที่จะเข้าช่วยในเรื่องระบบการเผาพลาญ ช่วยควบคุมแคลอรี่ และเสริมสร้างให้ระบบการขับถ่ายดีอีกด้วย แต่คุณก็ทราบกันว่าในผลไม้นั้นมีรสหวานซึ่งมีน้ำตาล

และอีกหนึ่งประโยคเด็ดที่ไม่แพ้ไปกว่าจะประโยคแรกเลยก็คือ “น้ำตาลผลไม้เป็นน้ำตาลจากธรรมชาติ กินแล้วไม่อ้วนหรอก” พูดอีกก็ถูกอีกนะในเรื่องที่บอกว่าน้ำตาลในผลไม้เป็นน้ำตาลจากธรรมชาติ แต่ที่บอกว่ากินแล้วไม่อ้วนนี่จริงหรือไม่? ต้องบอกก่อนเลยว่าผลไม้นั้นมีประโยชน์มากมายก็จริง แต่ถ้าหากทานในปริมาณที่มากจนเกินไปก็เป็นผลเสียต่อร่างกายได้เช่นกัน น้ำตาลในผลไม้เป็นน้ำตาลแห่งธรรมชาติก็จริง แต่ถ้าหากทานผลไม้มากจนเกินไป น้ำตาลเหล่านั้นก็จะเปลี่ยนเป็นพลังงานไขมันได้ เมื่อไม่ถูกขับออกจากร่างกาย

ไขมันจะถูกสะสมไว้ในร่างกายตาส่วนต่างๆที่หลายๆคนนั้นพบเป็นปัญหาไม่ว่าจะเป็นที่หน้าท้อง ต้นแขน สะโพก ต้นขา ที่เป็นจุดที่ไขมันเข้าสะสมได้อย่างง่ายดาย เช่นเดียวกับโทษอื่นๆอย่างวิตามิน วิตามินเป็นสารอาหารที่ร่างกายไม่สามารถผลิตขึ้นมาใช้เอง ทั้งนี้วิตามินยังถูกแบ่งเป็นวิตามินที่ละลายในน้ำได้ กับวิตามินที่ละลายไขมัน

ซึ่งในกลุ่มผลไม้ถือว่าโชคดีที่ไม่ค่อยมีอยู่ในวิตามินละลายในไขมัน ส่วนมากจะพบในวิตามินละลายในน้ำ เพราะถ้าเป็นวิตามินละลายในไขมันนั้นจะถูกกำจัดออกจากร่างกายได้ยาก แต่หากเป็นกลุ่มวิตามินละลายในน้ำ จะถูกขับออกมาได้ทันทีทางการปัสสาวะหรือเหงื่อ แต่ผลเสียคืออาจจะทำให้อวัยวะภายในร่างกายมีปัญหาอย่างเช่น ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงอย่างส้ม

ถ้าหากว่ารับประทานมากๆจะทำให้เกิดการแสบกระเพาะ เพราะวิตามินมีค่าเป็นกรด และกระเพาะมีความบอบบาง จะทำให้กรดเข้ากัดกระเพาะได้ เป็นต้น เพราะฉะนั้นแล้วการทานผลไม้นั้นควรรับประทานอย่างเหมาะสมและทานในปริมาณที่เหมาะสมเช่นเดียวกัน ไม่เช่นนั้นแล้วแทนที่จะได้ประโยชน์จากผลไม้กลับได้โทษแทน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  แทงหวยออนไลน์

คอลลาเจนสำคัญกับร่างกายหรือไม่

เมื่อหลายๆคนไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายนั้น เมื่อมีอายุที่เพิ่มมากขึ้นคุณจะสามารถสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของร่างกายของตัวเองได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น หลักๆแล้วสิ่งที่เปลี่ยนแปลงและสามารถเห็นได้ชัดจากภายนอกนั้นก็คือเรื่องผิวพรรณ ทั้งตัว และใบหน้า รวมไปถึงริ้วรอยต่างๆที่เกิดบนใบหน้า รูขุมขนที่กว้างมากขึ้น สีผิวไม่สม่ำเสมอ และปัญหาต่างๆนานาที่เกิดตามมา

โดยสามารถเปรียบเทียบเทียบกับคนที่มีอายุเท่ากันได้เลยว่าทำถึงมีความแตกต่าง นอกจากเรื่องอายุแล้วนั้น การทานอาหารก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้เช่นเดียวกัน และสิ่งที่ทำให้เกิดปัญหาทั้งหมดเหล่านี้นั้นคือ คอลลาเจน ซึ่งร่างกายเรานั้นจะมีการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาอยู่แล้ว เพื่อจะทำให้ดีมากยิ่งขึ้นคือการที่เราจะต้องทานอาหารที่มีประโยชน์ และเติมสารอาหารทางธรรมชาติที่อุดมไปด้วยคอลลาเจนเพิ่มอีกด้วยอย่างเช่น ปลา ผัก ไข่ เป็นต้น เพื่อจะเข้าไปกระตุ้นระบบการผลิตคอลลาเจนในร่างกายให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น

แต่ก็นั้น ระบบการผลิตคอลลาเจนในร่างกายนั้นก็สามารถเสื่อมสภาพไปตามอายุของร่างกายได้ด้วยเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นแล้วหากยังสงสัยอยู่คอลลาเจนมีความสำคัญต่อร่างกายหรือไม่ คงจะปฏิเสธไม่ได้แล้วสินะว่ามันมีความสำคัญต่อร่างายอย่างมาก อธิบายมาถึงตรงนี้แล้วบางคนอาจจะยังมองว่า มันไม่มีสำคัญใดๆเลย นั้นอาจจะเป็นเพราะคุณคิดเพียงแค่ว่า คอลลาเจนจะช่วยดูแลแค่ในเรื่องของสุขภาพผิว ฟื้นฟูผิว ลดริ้วลอยเพียงเท่านั้น ซึ่งอันที่จริงแล้วคอลลาเจนยังมีส่วนช่วยในเรื่องของการทำให้กระดูกและข้อต่อมีความแข็งแรงได้อีกด้วย เพราะด้วยอายุที่มาก กระดูก และ ข้อต่อ

นั้นถือว่าเป็นเรื่องสำคัญต่อร่างกายแน่นอน ซึ่งการทานคอลลาเจนจะเข้าไปเสริมสร้างตรงนี้ ในปัจจุบันการทานคอลลาเจนจากแหล่งอาหารทางธรรมชาตินั้นไม่เพียงพอต่อร่างกาย จึงได้มีผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่มีสารสกัดจากคอลลาเจน และสามารถทานให้เพียงพอกับร่างกายต่อวันได้โดยไม่ต้องสรรหาการทานอาหารเยอะๆ

ซึ่งการทานคอลลาเจนแบบเพียวๆไม่มีสารสกัดหรือวิตามินอะไรนำมาผสมนั้น จะเข้าไปช่วยบำรุงในเรื่องของกระดูกและข้อต่อได้โดยตรง แต่ในสำหรับใครที่อยากจะให้คอลลาเจนเข้าไปกระตุ้นในเรื่องของสุขภาพผิวแล้วด้วยนั้น จะต้องทานควบคู่กับวิตามินซี เพราะวิตามินซีจะเข้าช่วยในเรื่องของการดูดซึม ให้คอลลาเจนในมีประสิทธิภาพมากขึ้นและจะช่วยในเรื่องของผิวพรรณที่เรียบ ขาวใส่ เนียนเพิ่มยิ่งขึ้น ผิวบนหน้าก็จะเรียบเนียนมากขึ้น รูขุมขนก็จะกระชับมากยิ่งขึ้น สรุปแล้วว่าถ้าหากต้องการรักษาสุขภาพให้เหมือนคนวัยหนุ่มสาวแล้วละก็อย่าลืมเติมคอลลาเจนให้กับร่างกายกันนะ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  วิธีอยู่ร่วมกับคนติดเชื้อเอดส์

เชื้อไวรัสโคโรนา ทำให้ปอดอักเสบรุนแรง

เชื้อไวรัสโคโรนา ทำให้ปอดอักเสบรุนแรง
โรคปอดอักเสบร้ายแรง จากเชื้อไวรัสโคโรนา เป็นโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาชนิดใหม่ ที่มีการระบาดเกิดขึ้นในมวลชนเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน โดยพบว่ามีคนไข้ที่เป็นโรคนี้แล้ว 59 ราย ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2019 จนกระทั่งต้นเดือนม.ค.ปี 2020 มีความน่าจะเป็นไปได้ว่าเชื้อไวรัสโคโรนา เป็นเชื้อไวรัสชนิดใหม่สกุลเดียวกับเชื้อไวรัสซาร์ส ที่เคยเอาชีวิตผู้ป่วยในจีนและฮ่องกงหลายร้อยรายเมื่อกว่า 10 ปี ที่ผ่านมา โดยเหตุนั้นทางรัฐบาลจีน รวมทั้งรัฐบาลของประเทศอื่นๆ ได้แก่ ประเทศสหรัฐอเมริกา เขตการปกครองพิเศษประเทศฮ่องกง ไต้หวัน ประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม ประเทศเกาหลีใต้ และก็ประเทศฟิลิปปินส์ จึงกำลังใช้มาตรการเฝ้าระวังโดยคัดเลือกคัดกรองคนที่มีลักษณะอาการไข้ร่วมกับอาการทางระบบทางเดินหายใจรุนแรง และมีประวัติเดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น (Wuhan) บริเวณหูเป่ย (Hubei) เมืองจีน พร้อมกับแจ้งเตือนราษฎรให้ระแวดระวัง เพื่อปกป้องตนเองให้ห่างไกลจากการรับเชื้อ

สัญญาณอันตราย โรคปอดอักเสบร้ายแรง จากเชื้อไวรัสโคโรนา
อาการพื้นฐานที่สามารถสังเกตได้ โรคปอดอักเสบร้ายแรง จากเชื้อไวรัสโคโรนา ยกตัวอย่างเช่น

– เป็นไข้

– มีลักษณะไอ

– เจ็บคอ

– มีน้ำมูกไหล

– หายใจหอบ
ซึ่งเป็นลักษณะของอาการพิเศษของโรคนี้ เมื่อเกิดควบคู่กันกับลักษณะของการมีไข้ และอื่นๆ ที่กล่าวมาทั้งหมด 4 ข้อ

ข้อแนะนำสำหรับผู้ที่จะต้องเดินทางไปเมืองจีน
– เลี่ยงการอยู่ในสถานที่ที่มีผู้คนแอดอัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาด หรือชุมชน

– ไม่ใช้ข้าวของร่วมกับคนอื่นๆ ไม่จะเป็น ผ้าสำหรับเช็ดหน้า ผ้าที่มีไว้สำหรับเช็ดตัว ถ้วยน้ำ อื่นๆ อีกมากมาย

– รักษาร่างกายให้อบอุ่นอยู่เป็นประจำ รอบคอบอย่าให้เป็นหวัด

– ใส่หน้ากากอนามัย เมื่อต้องไปอยู่ หรือเดินผ่านในพื้นที่ที่มีคนมากมาย

ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน เพื่อสุขภาพที่ดี

สุขภาพดีเริ่มต้นได้ง่ายๆ เพียงออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และที่สำคัญคือการเลือกอาหารการกินที่ดีต่อสุขภาพ ทุกวันนี้เราจะพบเทรนด์การทานอาหารมากมายเข้ามา หากคุณทานตามเทรนด์หมดละก็สุขภาพของคุณก็อาจจะแย่ลงก็ได้ ดังนั้น เราควรรู้ว่าอาหารแบบไหนดี หรือไม่ดี แต่ขึ้นชื่อว่าอาหารย่อมมีส่วนที่ดีและไม่ดีอยู่แล้ว แต่หากพฤติกรรมการทานอาหารของคุณมันแย่และวนอยู่ลูปเดิมๆ ก็ส่งผลต่อสุขภาพได้เช่นกัน ดังนั้นเรามาสำรวจดันดีกว่าพฤติกรรมการกินแบบไหนที่เรียกว่าไม่ดี

5 พฤติกรรม “กิน” ที่ทำลายสุขภาพมากที่สุด
1. “กินคาวตามด้วยหวาน” สุภาษิตหรือคำพูดที่เรามักได้ยินติดหูในรุ่นคุณยาย คุณป้าเรา หรือแม้กระทั่งในวัยรุ่นสมัยนี้ก็ยังคงพูดกันอย่างติดปากอยู่ว่า “กินคาวไม่กินหวานสันดานไพร่” แต่อันที่จริงแล้วไม่จำเป็นต้องกินของหวานหลังกินข้าวเสมอไป โดยเฉพาะการกินของหวานหลังข้าวทุกมื้อ สามารถกินของหวานได้ แต่อย่ามากจนเกินไป

2. “ไม่มันไม่กิน” เนื้อสัตว์ต้องชุ่มฉ่ำด้วยไขมันเพื่อให้ได้รสสัมผัสที่นุ่มลิ้น นี่มันคือการทำลายสุขภาพชัดๆ เพราะว่าหากเราทานของที่ขึ้นชื่อว่ามันเข้าไปเยอะๆ ถึงแม้ว่าไขมันจะมีทั้งดีและไม่ดี แต่หากกินแบบนี้ก็แย่แน่ๆ อาจจะทำให้ป่วยเป็นโรคคลอเรสเตอรอลสูง โรคไขมันอุดตัน กและารติดกินอาหารมันทำให้อ้วนได้ไม่รู้ตัว ลองกินเนื้อสัตว์ที่มีไขมันต่ำ เช่น ไก่ (ไม่กินหนัง) และปลาดูบ้าง

3. “ติดปรุง” นิสัยของคนไทยที่สังเกตกันได้เลย คือ ต้องมีน้ำจิ้ม น้ำซอส หรือพริกน้ำปลา บางคนสั่งข้าวอะไรก็ตาม แต่ติดราดพริกน้ำปลาขาดไม่ได้ เดี๋ยวไม่อร่อย หรือกินข้าวต้องเหยาะน้ำปลานิดๆ ถึงจะอร่อย สั่งอาหาร ไม่ทันได้ชิม ก็ราดน้ำปลา สาดน้ำตาล รดน้ำส้มจนติดมือ ควรลองกินอาหารโดยไม่ปรุง หรือปรุงเพิ่มให้น้อยที่สุดดูบ้าง เพราะส่วนใหญ่แม่ครัวพ่อครัวเขาก็ปรุงมาให้แล้วทั้งนั้น

4. “กินแต่อาหารสะดวกซื้อ” ความรีบเร่งไม่มีเวลาของชาวเมือง อาจทำให้เราซื้ออาหารสำเร็จรูป หรืออาหารแช่แข็งมารับประทานกันอยู่บ่อยๆ อย่างที่ทราบกันว่าอาหารที่ร้านสะดวกต้องผ่านการแช่แข็ง ไม่ได้ปรุงสด อาจมีสารที่ช่วยในเรื่องไม่ทำให้บูดหรือสารอื่นๆ ที่เป็นอันตรายต่อร่างกายหากสะสมเป็นเวลานาน จากนั้นก็ต้องเอาหารมาเวฟ เพื่อให้น้ำแข็งละลาย ซึ่งการกินอาหารเวฟมากๆ ก็อาจมีผลต่อสารพันธุกรรมของเรา อันที่จริงแล้วอาหารเหล่านี้มักมีคุณค่าทางสารอาหารน้อยกว่าอาหารปรุงสดใหม่ๆ และยังมีปริมาณโซเดียมเยอะอีกด้วย

5. “ชอบอย่างไร ก็จะกินอย่างนั้น” การทานอาหารซ้ำๆ หลายๆ มื้อ อาจทำให้ร่างกายขาดสารอาหาร เพราะบางครั้งอาหารที่เราทานซ้ำๆ เข้าไป อาจจะมีอาหารไม่ครบ 5 หมู่ ทำให้ร่างกายไม่ได้รับสารอาหารที่หายไป

ข้อเข่าเสื่อม โรคร้ายที่หลอกหลอน

ข้อเข่าเสื่อม คืออะไร?
นพ.พฤกษ์ ไชยกิจ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลพระรามเก้า กล่าวว่า โดยปกติแล้วกระดูกอ่อนผิวข้อจะมีลักษณะเรียบลื่นเป็นมัน ทำหน้าที่ช่วยให้ การเคลื่อนไหวของข้อเป็นไปอย่างเรียบลื่นไม่สะดุด ช่วยกระจายแรงและลดแรงกดกระแทกที่เกิดขึ้นกับข้อต่อ ในกรณีของผู้ป่วยที่เป็นโรคข้อเข่าเสื่อมซึ่งกระดูกอ่อนผิวข้อจะบางลง โดยทั้งนี้อาจเกิดความเสื่อมสภาพที่มีมากโดยเริ่มต้นอาจมีการแตกสลาย เปื่อยอ่อนยุ่ย และสึกหรอ หรือมีการสูญเสียของกระดูกอ่อนผิวข้อดังกล่าว จะทำให้กระดูกส่วนปลายของกระดูกต้นขาที่ต่อกับกระดูกส่วนบนของกระดูกหน้าแข้ง บริเวณข้อเข่า อาจมีปัญหาโดยการเกิดการเสียดสีกันไปมา ซึ่งเป็นสาเหตุให้รู้สึกหรือมีอาการเกิดการอักเสบของเยื่อบุข้อ ทำให้มีน้ำในข้อมากขึ้นก่อให้เกิดการบวมของข้อเข่า และเกิดอาการปวดเสียว มีการเคลื่อนไหวติดขัดของข้อเข่า โดยเฉพาะเวลาที่มีการใช้งานจนทำให้ไม่สามารถเดินได้ในระยะท้ายของโรค ผู้ป่วยโรคนี้มักเกิดการโก่งผิดรูปของข้อเข่าในระยะท้ายของโรค โดยมากมักจะพบว่าเป็นแบบขาโก่งแบบโค้งออก (Bow Legs)

อาการของโรคข้อเข่าเสื่อม

อาการของโรคข้อเข่าเสื่อมในผู้ป่วยที่เป็นโรคข้อเข่าเสื่อม มักจะแสดงอาการเจ็บปวดเหล่านี้ออกมาเมื่อมีการใช้งาน เช่น นั่งพับเพียบ เดินขึ้นลงบันได ออกกำลังกาย เป็นต้น ในบางครั้งสำหรับผู้ป่วยบางรายอาจจะมีความรู้สึกปวดตื้อๆ ขึ้นมา เจ็บแปลบเจ็บเสียวตามแนวบริเวณข้อเข่า แต่ลักษณะอาการความเจ็บปวดจากโรคนี้อาจแสดงออกได้ในลักษณะอื่น เช่นอาจมีอาการขัดในข้อ ข้อยึด ขยับลำบาก โดยมักเป็นเวลานั่งหรือนอนอยู่กับที่นานๆ ความเจ็บปวดนี้มีแนวโน้มจะเป็นมากขึ้นตามลักษณะการทำลายผิวข้อที่มีมากขึ้น

อย่างไรก็ตามผู้ป่วย ส่วนใหญ่มักพบว่าอาการเจ็บปวดที่เกิดขึ้นนี้มักจะมีการทุเลาลงจากการปวดได้เองแม้ไม่ได้รักษาเป็นระยะๆ ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้นก็ตาม แต่อย่างไรกระดูกอ่อนผิวข้อจะยังคงถูกทำลายมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งในที่สุดก็มักจะกลับมาปวดแบบเดิมๆ หรืออาจมากกว่าเดิมเมื่อโรคลุกลามมากขึ้น อาการเจ็บปวดนี้จะทำให้ผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมขยับข้อน้อยลง เดินได้น้อยลงหรือเดินไม่ได้ในที่สุด

ผักรองจาน ควรกินหรือไม่ อันตรายต่อสุขภาพหรือเปล่า

ศิลปะการตกแต่งอาหารให้ดูน่ากินนั้นมีมานานมากแล้ว เพื่อเป็นการเพิ่มเสน่ห์หรือความสวยงามของตัวจาน ไม่ให้ตัวอาหารดูจืดชืดเกินไป

แต่ด้วยเหตุนี้แหละจึงมีคนตั้งคำถามขึ้นมาว่า ผักรองจาน เหล่านั้นกินได้หรือไม่ ซึ่งคำว่ากินได้ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเอาเข้าปากแล้วเคี้ยว เพียงแต่หมายถึงมันเหมาะสมที่จะกินหรือไม่นั่นเอง อย่างที่เราเห็นกันโดยคุ้นตาไม่ว่าจะ กระหล่ำปลีซอย แครอทซอย ผักกาดหอม มะเขือเทศ และแตงกวา ที่มักเป็นตัวเลือกแรกๆ ที่ร้านอาหารนิยมนำมาตกแต่งจาน

ซึ่งการถกเถียงในโลกออนไลน์นั้นก็มีการแสดงความคิดเห็นกันไปต่างๆ นานา ทั้งบอกว่าไม่กินและไม่เคยคิดที่จะกิน กับอีกฝ่ายที่บอกว่ากินเป็นปกติเพราะเสียดายของ และฝ่ายที่บอกว่าอยู่ที่สภาพของผักเหล่านั้นว่าสดหรือเฉา ถ้าอยู่ในสภาพช้ำเฉาก็คงกินไม่ลง

แต่มีความลับที่ไม่ลับบางอย่างที่อาจจะทำให้คุณต้องอึ้ง เพราะมีข้อมูลจากคนที่เคยทำงานในร้านอาหารหรืออย่างน้อยก็เคยคลุกคลีกับงานในครัว ออกมาบอกว่า ผักเหล่านั้นเป็นผักที่ใช้ซ้ำ อธิบายให้เข้าใจก็คือ ผักเหล่านั้นที่ใช้เป็นผักรองจานเมื่อลูกค้าทานอาหารเสร็จแต่ผักยังอยู่ในสภาพดี ทางร้านจะนำผักนั้นกลับมาใช้ใหม่กับลูกค้าถัดๆ ไป แค่คิดก็อี๋แล้ว ไม่รู้กว่าจะมาถึงเราผ่านมาแล้วไม่รู้กี่จาน

ไงล่ะ? อึ้งกันเป็นแถบ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่รับประกันหรือคอนเฟิร์มได้อย่างร้อยเปอร์เซ็นว่าร้านอาหารใช้วิธี “ใช้แล้ว ใช้ซ้ำ นำกลับมาใช้ใหม่” กันทุกร้านหรือไม่ ก็ถือว่าเป็นแง่มุมที่หลายคนอาจยังไม่รู้มาก่อน

สำหรับวิธีการรับมือป้องกันการนำผักเหล่านี้มาใช้ใหม่ ก็ไม่ยากอะไรสำหรับใครที่ใจแข็งเสียดายของก็จัดการซัดลงกระเพาะซะ หรือหากใครที่รับไม่ได้แค่นึกภาพก็กินไม่ลงแล้ว ก็ใช้วิธีการทำลายผักเหล่านั้นโดยการฉีกเป็นชิ้น ซึ่งหากผักที่ไม่ได้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ ก็เป็นการหยุดวงจรชีวิตผักรองจานได้อยู่หมัดที่สุดแล้วล่ะ